อินโด 10 วัน 4 เกาะ ลอมบอก กิลี บาหลี นูซาปนีดา

สวัสดีค่ะ

หลังจาก Blog ที่แล้วเราพาไปเที่ยวเกาะแรก เกาะลอมบอก ไปเดิน Trekking ที่รินจานี ราชินีแห่งลอมบอกกันมาแล้ว

Blog นี้จะพาไปเที่ยวต่อที่เกาะกิลี ดูคลื่นยักษ์ที่ Dreamland หาดลับ Bingin ขี่มอไซด์เที่ยวเกาะนูซาปนีดาแบบรีบสุดๆ 4 ชั่วโมงมาดูว่าเราเก็บที่ไหนได้บ้างค่ะ

หลังจากลงจากรินจานี นั่งรถต่ออีกประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง รถจากบริษัททัวร์จะไปส่งเราที่ท่าเรือ Bangsal ที่จะข้ามไปเกาะ Gili Trawangan

ระหว่างทางจากรถไปตรงเคาน์เตอร์ขายตั๋ว จะมีคนมารุมเสนอขายตั๋วเรา เราต้องใจแข็งไว้ค่ะ มุ่งหน้าไปที่เคาน์เตอร์ที่เขียนว่า Ticket Office
เพื่อซื้อตั๋วเรือ Public Boat ในราคา 22,000 IDR ตั๋วจะมีระบุเป็นเวลา แล้วก็แยกเป็นสี ฟ้า ชมพู เหลือง


นั่งรอสักพัก เขาจะประกาศเรียกเป็นรอบเวลากับสีตั๋ว เราก็พุ่งตัวไปที่เรือเลยค่ะ
ต้องระวังไม่ให้มีคนมายกกระเป๋าเรานะคะ เพราะเขาจะยกให้เราเหมือนฟรี แต่ไม่ฟรีค่ะ

เรือ Public Boat จะเป็นเรือไม้ ต้องลุยน้ำนิดหน่อย เรือเต็มเร็วก็ออกเร็ว ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ก็มาถึงเกาะ Gili Trawangan

เสียดายเมมกล้องเต็มเลยไม่ค่อยได้ถ่ายรูปที่เกาะกิลีเท่าไหร่

หมู่เกาะ Gili เป็นหมู่เกาะเล็กๆ ข้างลอมบอก

ประกอบด้วย 3 เกาะ

1. Gili Trawangan เกาะใหญ่สุดใน 3 เกาะ อยู่ไกลจากลอมบอกสุด และครึกครื้นสุดใน 3 เกาะ
2. Gili Meno เกาะตรงกลางระหว่าง Gili Trawangan และ Gili Air อ่านรีวิวมาได้ความว่าเงียบสงบเหมาะแก่การพักผ่อน
3. Gili Air เกาะเล็กสุด ใกล้เกาะลอมบอกสุด และรีวิวว่าเงียบสุดๆ ไปพักผ่อนที่แท้ทรู

การเดินทางไปเกาะ  Gili ทำได้หลายทาง

1. นั่งเครื่องบินจากไทยไปลงลอมบอก หรือนั่งเครื่องจากบาหลีไปลอมบอกแบบเรา ใช้เวลาแค่ 25 นาที แล้วนั่งรถอีก 1 ชั่วโมงครึ่ง จากสนามบินไปท่าเรือ  Bangsal


2. นั่งเรือ Fast Boat จากบาหลีที่ท่าเรือ Padangbai, Sanur หรือ Serangan ไปลงเกาะ  Gili Trawangan ใช้เวลาประมาณ  2 ชั่วโมงราคาประมาณ 700 – 1500 บาท บางเจ้าเขามีบริการรถรับ-ส่งจากที่พักในบาหลีด้วย


3. นั่งเรือ Ferry จากบาหลีที่ท่าเรือ Padangbai ไปลงที่ท่าเรือ Lembar ส่วนมากจะมีแพ็กเกจเรือ แล้วก็รถไปส่งที่ท่าเรือ Bangsal ค่าใช้จ่ายประมาณ 500 – 600 บาท แต่ใช้เวลารวมเบ็ดเสร็จ 10 – 11 ชั่วโมง

การเดินทางบนเกาะลอมบอกจะไม่มีรถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์ ต้องเดินหรือเช่าจักรยาน หรือจะใช้บริการรถม้าก็ได้


แต่น้องม้าน่าสงสารมาก ต้องลากกระเป๋าใบใหญ่มีลูกค้านั่งอีก เห็นแล้วใช้บริการไม่ลงเลย

หลังจากฝ่าคลื่นลมกันไป 30 นาที คลื่นแรงจริงๆ  ถ้านั่งนานกว่านี้ต้องอ้วกแน่ๆ
เราก็มาถึงเกาะ Gili Trawangan มาถึงเกาะก็เดินลุยน้ำเข้าฝั่งอีกเหมือนเดิม


ที่เกาะมีร่องรอยความเสียหายจากแผ่นดินไหวน้อยมาก นักท่องเที่ยวเยอะมาก ทุกอย่างยังคงดูปกติ เห็นแล้วก็สบายใจหน่อย

วันแรกเราเก็บกระเป๋าแล้วก็ออกมาหาของกินริมหาด ร้านอาหารหรูๆ ริมหาดเยอะมาก


แต่เราจะไปกินอาหารที่เป็นเวิ้งตลาดเล็ก ๆ เป็นร้านอาหารชาวบ้าน มีพวกข้าวแกง ก๋วยเตี๊ยว อาหารทะเลสดๆๆ จากมหาสมุทรอินเดีย


อาหารทะเลสด เขาจะให้เลือกว่าจะทำอะไร เขาจะคิดแค่ค่าของทะเลสด ส่วนว่าจะทอด ผัด ต้ม เขาจะทำให้ฟรีนะคะ
เราสั่งปลาปิ้ง ปลาทอดทอดๆ จะเสิร์ฟพร้อมข้าวเปล่ากับน้ำพริก น้ำพริกของอินโดดีมาก รสชาติแซ่บ เปรี้ยวๆ เค็มๆ เหมือนน้ำพริกบ้านเราเลย

รสชาติก๋วยเตี๊ยวรถเข็นบนเกาะก็ชอบ อร่อยทุกร้าน มีทั้งเส้นเล็กลูกชื้นเนื้อ กับบะหมี่ไข่ ลูกชิ้นจะแป้งล้วนไม่มีเนื้อผสมเลย 555 แต่น้ำซุปอร่อยมาก ยกซดกันเลยทีเดียว

หลังจากกินมื้อเย็นกันเสร็จ เราก็เดินออกหาตั๋วกลับบาหลี ทุกร้านบอกเรือ Fast Boat หยุดวิ่งหมด เนื่องจากคลื่นสูงลมแรว ส่วนตั๋วเครื่องบินเต็มหมดเนื่องจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว


เหลือแต่ Ferry ที่จะพาเราข้ามกลับไปบาหลี มีหลายร้าน ราคาไม่ห่างกันมาก มีราคาตั้งแต่ 150,000 IDR – 250,000 IDR เราเลือกเดินสายกลาง เลือกร้านที่ราคา 180,000 IDR


โดยราคานี้จะรวมตั๋วเรือ Public Boat ออกจากเกาะ Gili ตั๋วรถตู้จากท่าเรือ Bangsal ไปท่าเรือ Lembar และตั๋วเรือ Ferry ไปลงที่ท่าเรือ Padang bai

หลังจากจัดการเรื่องตั๋วได้ เราก็ตะลุย Gili Trawangan กันค่ะ


เหตุผลที่ผู้คนบอกว่า   Gili Trawangan เป็นเกาะสวรรค์ นอกจากทะเลสวยน้ำใส ก็คงเป็นชีวิตยามค่ำคืนนี่แหล่ะ
ร้านริมทะเลแทบจะเปลี่ยนเป็นงานเทศกาลดนตรี ที่มีหลายเวที หลายแนว
มีทั้งร้านฮิพฮอฟ ป๊อป ร็อค เรกเก้  EDM หลายร้านมาก และไม่รู้ว่าคนมาจากไหนเยอะแยะ เต็มแน่นทุกร้าน


เราจอดจักรยานเข้าร้านนั้น ออกร้านนี้ ลองไปทุกร้าน ฝรั่งเขาปาร์ตี้กันมันส์สุดเหวี่ยงจริงๆ  
อาจเพราะเมาแค่ไหนก็แค่นอนริมหาดหรือเดินกลับกันแปปเดียวก็ถึงโรงแรมกันแล้ว ไม่ต้องกังวลเรื่องขับรถหรือเรียกแท็กซี่ไม่ได้


นอกจากเป็นพื้นที่ที่ปาร์ตี้สุดมันส์แล้ว ยังเป็นพื้นที่ที่ทุก 3 ก้าวจะมีคนมาเสนอขายนี่นั่น ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ ธรรมชาติ สายเขียวให้ตลอดเวลา
ไม่แน่ใจว่าร้านพวกนี้เขาปิดกันกี่โมง แต่เรากลับตี 3 ทุกร้านคนก็ยังแน่นอยู่

วันที่ 2

เราตื่นเช้า ปั่นจักรยาน 1 ชั่วโมงก็รอบเกาะแล้ว  ปั่นเข้าไปตามซอย นอกจากจะเป็นโรงแรมน่ารักๆ บางโรงแรมก็มีปาร์ตี้กันแต่เช้าเลย
ตามซอยยังเป็นที่อยู่อาศัยของคนท้องถิ่น เนื่องจากบนเกาะนี้นับถือศาสนาอิสลาม ถ้าไม่ได้อยู่ที่หาด ก็ต้องแต่งตัวเรียบร้อยกันหน่อยค่ะ
บางที่เขาจะเขียนบอกเลยว่าห้ามใส่บิกินี่หรือชุดไม่สุภาพเข้าไป แต่ตามหาดก็ใส่ชุดว่ายน้ำได้ปกติ

ช่วงบ่ายเราเช่าหน้ากากดำน้ำกับตีนกบที่ริมหาด ออกไปดำน้ำหน้าหาด
ฝั่งท่าเรือ คลื่นจะเบา เพราะอยู่ตรงข้าม Gili Meno ถ้าน้ำลงหรือไม่มีคลื่น ก็สามารถว่ายไปถึงอีกเกาะได้เลย
เขาจะมีจุดบอกว่าเต่าทะเลจะอยู่ตรงไหน แต่วันนั้นคลื่นแรงจนเราไม่กล้าออกไป เพราะเขาไม่มีเสื้อชูชีพให้เช่า
หน้าหาดมีแต่ซากปะการังเดินต้องระวัง ใต้น้ำไม่ค่อยมีอะไรให้ดูเท่าไหร่ ปะการังพังไปหมด มีปลาให้ดูพอให้คุ้มค่าเช่าหน้ากากหน่อย

กิจกรรมบนเกาะมี One Day Trip ไปดำน้ำตื้น – น้ำลึก มีโรงเรียนสอนดำน้ำ มีอนุบาลเต่าทะเล เล่น Surf ปั่นจักรยาน โยคะ วนๆ อยู่เท่านี้

ตอนเย็นเราจะย้ายไปหลังเกาะ นักท่องเที่ยวบนเกาะจะมารวมตัวกันที่นี่ชมพระอาทิตย์ตก
ทางฝั่งนี้ถ้าฟ้าเปิดจะสามารถมองเห็นภูเขาไฟอากุงได้เลย  และมีชิงช้าให้เราถ่ายรูปหลายอันเลย
ตอนเย็นน้ำลง เราก็เดินลงไปในหาดได้ไกลเลย 

น้ำตรงเกาะเป็นสีฟ้าใส  มองกลับไปเห็นเกาะลอมบอก
รถม้าที่มารอให้บริการลูกค้า
มาถึงก็ยังงงๆ ตัดสินใจเดินไปโรงแรมเอง ซึ่งคิดผิดมาก ๆ โรงแรมไกลจากท่าเรือใช้ได้เลย
โรงแรมที่เราพัก Cotton Tree Cottages รูปจากเวปของที่พัก ที่พักสวยตามรูป เราเช่าจักรยานกับเขา 1 วัน ราคา 50,000 IDR
ก๋วยเตี๊ยวลูกชิ้นแป้ง แต่อร่อย
น้ำน่าลงไปแช่ตัว แต่เรื่องจริงคือคลื่นแรงจนไม่กล้าลง
คลื่นหลังเกาะแรงและสูงมาก
ตากลมชมคลื่น เบาะนั่งแบบนี้มีทั่วเกาะ บางที่ก็เสียเงิน บางที่ก็ฟรี

ชิงช้าในตำนาน มีหลายอัน หลายเจ้าและฟรี

พระอาทิตย์ตกที่กิลี

แสงสุดท้ายที่เกาะกิลี

ที่เกาะกิลี อาจด้วยความเดินทางไปค่อนข้างลำบาก หลายต่อกว่าจะถึง เลยไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวชาวเอเชียเท่าไหร่
นักท่องเที่ยวบนเกาะเกือบ 100% เลยเป็นฝรั่ง ส่วนมากเป็นวัยรุ่น หน้าตาดี หุ่นดีทั้งชายหญิง เยอะมากจริงๆ อาหารตามากๆ ค่ะ
ที่นี่ไม่มีอะไรให้ทำมาก แต่หากใครชอบดำน้ำทั้งน้ำตื้นน้ำลึก ทั้ง Free Diving หรือชอบปาร์ตี้  
ชอบอาบแดด นอนชิลๆ เงียบๆ ก็ควรมาค่ะ เราอ่านมาว่าทางเกาะ Meno กับ Air ดำน้ำตื้นจะสวยกว่าตรง Trawangan
หรือใครไปเดิน Trekking ที่รินจานี อยากแวะเอาเท้าแตะน้ำทะเลอินโดนีเซีย ข้ามไปเที่ยวที่เกาะกิลี 1 วัน ก็เที่ยวครบแล้วค่ะ
คนบนเกาะน่ารัก ที่สำคัญค่าใช้จ่าย อาหาร เครื่องดื่ม ที่พัก บนเกาะไม่แพงเลยค่ะ  

หลังจากเมื่อคืนเราตะลุยบอกลาเกาะกิลีเป็นคืนสุดท้าย เช้านี้เราต้องตื่นตั้งแต่ ตี 5 เพื่อเก็บของ
เช็คเอาท์เพื่อเดินไปขึ้นเรือไม้รอบ 7.30 น. กลับไปเกาะลอมบอก
เอาตั๋วที่ซื้อมายื่นที่เคาน์เตอร์ เขาจะออกตั๋วเรือข้ามฝั่งให้เรา
พอข้ามมาถึงเกาะลอมบอก ตามที่คุยกับคนขายตั๋วเขาบอกจะให้เดินหาตามถนนไปเรื่อยๆ จะเจอบริษัท
เราเดินแบบกระเป๋าหนักกันไปเรื่อยๆ ยื่นตั๋วถามทุกบริษัทไปตลอดทาง บริษัทที่เราซื้อมันอยู่ไกลจากท่าเรือมากค่ะ  ฮือออ

มีคนมานั่งรอเรือเยอะมาก เราสั่งอาหารเช้ากินนั่งรถจนรถตู้มารับตอนเกือบ 11.00 น.
รถตู้ที่มารับก็สภาพแบบหนูวิ่งไหวหรอ ไม่มีแอร์ ประตูก็แลดูเหมือนจะปิดไม่สนิท

เรานั่งรถตู้ร้อนๆ ร้อนมากจริงๆ พูดเลย จริงๆมันไม่ไกลเท่าไหร่ แต่รถตู้วิ่งช้ามาก เกือบ 2 ชั่วโมง เราก็มาถึงท่าเรือ  Lembar
จะมีคนมารับเราจากคนขับรถต่อนึง พาไปส่งตรงทางเข้าท่าเรือ แล้วข้างในก็จะมีคนมารับเราอีกต่อนึงเพื่อไปส่งเข้าที่ตรวจตั๋วก่อนขึ้นเรือ
ทุกครั้งที่คนใหม่มารับ เขาจะขอดูตั๋ว เราก็จะนิสัยไม่ดีหน่อยๆ จะระแวง เอ๊ะ นี่จะมาหลอกเราไปเชือดหรือเปล่า แต่เขาก็พาไปส่งจริงๆ  
หลังจากตรวจเสร็จก็เดินไปขึ้นเรือกันค่ะ เรือ Ferry หน้าตาเหมือนบ้านเราค่ะ  ชั้นล่างจอดรถยนตร์ ชั้น 2 ที่นั่งติดแอร์ ชั้น 3 ดาดฟ้า
คาดว่าทุกบริษัทจะส่งขึ้นมาลงเรือลำเดียวกัน คนเลยเยอะมาก ที่นั่งไม่พอ นั่งพื้นกันวนไป

ขึ้นเรือมาก็เลือกที่นั่ง มีห้องนอนด้วยนะคะ  แต่เราไปไม่ทัน
จะมีคนขึ้นมาเดินขายของเยอะมาก  ราคาแพงคูณ 3-4 เท่า ทริคคือ รอซื้อใกล้ๆ เวลาเรือออกจะได้ราคาถูกลง
เรือออกจากท่าประมาณบ่าย 2  เรือโยกไปมาตลอดการเดินทาง  คลื่นลมแรงสมกับที่เรือเล็กงดออกจากฝั่ง
นอนกลับไปหลายตื่น เดินรอบเรือได้ 8 รอบ  นานจนฝรั่งถึงขั้นตั้งกลุ่มเล่นโยคะบนดาดฟ้า
จนเกือบ 6 โมงเย็น ก็ถึงท่าเรือ Padang Bai

เราเปิดมือถือต่อเนต เพื่อติดต่อกับเอเจ้นพาเที่ยวบาหลีเจ้าดังแห่งพันทิป ที่ติดต่อไว้ให้รถมารับที่ท่าเรือ
หลังจากที่ตกลงกันดิบดีทางอีเมลและทางไลน์
ก่อนเรือออกก็ยังคุยกันอยู่ แต่อยู่ดีๆ ก็หาย ไลน์ไม่ตอบ ปรากฏโดนเทจ้า ไม่มาซะงั้น

ตรงท่าเรือ Padang Bai จะมืดๆ ลองกด Grab ก็ไม่มีรถแถวนั้นเลย  
พี่แท็กซี่แถวนั้นก็เริ่มมารุมๆ กดดัน เรียกซะแพง ต่อราคาก็เสียงดังใส่พวกเรา จนต้องยอมแพ้ให้พี่เขา อ่ะ เท่าไหร่ก็ไป

จากท่าเรือ   Padang Bai ไปแถว Seminyak ที่เราพักใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง
พนักงานที่รอส่งกุญแจบ้านให้เรา whatsapp มาตามหลายรอบ จนมาถึงที่พักเกือบ 3 ทุ่ม

คืนนี้เราพักที่  Villa Jasmin เป็นบ้านทั้งหลัง 3 ห้องนอน ที่พักสวยงามสมราคา หารกันตกคนละ 700 ต่อคืน
ที่พักไม่ไกลจากแหล่งช็อปปิ่งของหาด  Seminyak แต่เหนื่อยจากการเดินทาง 10 กว่าชั่วโมงเลยหาของกินแล้วเข้านอน

คลิปเดินทางนั่งเรือ ต่อรถ ต่อเรือ ต่อรถอันยาวนาน จากเกาะกิลีไปเกาะบาหลีด้วยเรือ Ferry  

หน้าตาตั๋วเรือ Ferry เก็บไว้ดีๆ ต้องได้ใช้หลายครั้งเลย

ชมพระอาทิตย์ตกกลางมหาสมุทร

รูปที่พักจากในอินเตอร์เนต ตามรูปเด๊ะ

เช้านี้เรามีแพลนจะข้ามไปเที่ยวเกาะ Nusa Penida ออกจากที่พักตอน 9 โมง เรียก Grab ไปท่าเรือ Sanur ไปถึงท่าเรือเกือบ 11 โมง
Grab จะไปส่งเราตรงแถวที่เขาขายตั๋ว เราไปเดินส่องราคา แล้วตัดสินใจเข้าไปซื้อ พอไปถึงเขาถามว่ากลับวันไหน เราบอกวันนี้เลย
เขาบอกอย่าไปเลย เที่ยวไม่ทันหรอก ไปถึงก็ต้องกลับแล้ว
เพราะเรือรอบสุดท้ายออกจากที่เกาะ  4 โมงครึ่ง ค่อยมาใหม่พรุ่งนี้นะ จะลดราคาตั๋วเรือให้

โอเค ลดราคาให้ ไปพรุ่งนี้ก็ได้

เราเดินออกมาแบบโนแพลน ไม่รู้จะไปไหนต่อ ข้างๆ ที่ขายตั๋วเห็นร้านอาหารที่คนอินโดนั่งกินแน่นร้าน
เลยลองเข้าไปดูเมนู อ่านออกคำเดียวที่แปลว่าข้าว 55  พนักงานบอก  Fish Only โอเค ปลาก็ปลา จัดมา
ยกมาเป็นเซทข้าวเปล่า ปลาอินทรีย์ทอด (น่าจะนะ) กับแกงอะไรซักอย่าง กับน้ำพริกแปะซีกมะนาวสไตล์อินโด
กินเข้าไปรู้เรื่องเลย ทั้งปลาทั้งแกง น้ำพริก อร่อยมากกกก จนต้องไปกินซ้ำอีกวัน

หน้าตาปลาทอด ที่ติดใจจนต้องกลับไปซ้ำ

ท้องอิ่ม แพลนก็เริ่มเดิน เอาแพลนของวันพรุ่งนี้มาเที่ยววันนี้แทน คือไปดูคลื่นยักษ์ที่หาด Dreamland แล้วก็จะไปหาดลับ Bingin
เดินออกไปเรียก Grab หน้าปากซอย Grab บอกว่าไปส่งที่ Dreamland ไม่ได้นะ Grab ห้ามเข้า ต้องไปส่งอีกที
ตอนนั้นเราก็งงๆ แบบ เอ๊ะ จะหลอกเราหรอ เออ หลอกก็ไป ไปถึงค่อยว่ากัน

นั่งรถจากท่าเรือ Sanur ประมาณ 1 ชั่วโมงหน่อยๆ ก็ถึงหาด  Dreamland
ทางลงหาดจะเป็นโรงแรมส่วนตัว คนขับรถบอก ยูต้องเดินเข้าไปเองนะ
เห็น Grab ว่าแถวนี้ ห้าม Grab เข้าออกรับลูกค้า แล้วถามพวกเราว่า ยูจะให้ไอมารับตอนกลับมั้ย นัดเวลาได้เลย
เดี๊ยวคิดราคาพิเศษให้ กดราคามา แพงกว่าเรียกขามาอีก ฮันแน่! หลอกชัวร์ ไม่เอาหรอก หึหึ

ที่ไหนได้เรื่องจริงจ้าาาาาาาาาาาา จ่ายแพงกว่าที่เขาเรียกไป 3 เท่า

ที่หาด  Dreamland จะโด่งดังเรื่องน้ำใสๆ และคลื่นสูงๆ คลื่นสูงแบบเหมาะสำหรับนักโต้คลื่นมือโปรจริง ๆ
นอกจากคลื่นแรงและสูงแล้ว เม็ดทรายที่นี่ก็โด่งดังเช่นกัน ทรายหรือเศษแก้ว บาดเก่ง!

ที่หาดจะมีร้านอาหาร กับเบาะให้เช่านอนตรงหาด ตอนเราไปคนเยอะมาก แต่ไม่มีคนลงไปเล่นน้ำเลย 55
ทุกคนมัวแต่ยืนตะลึงกับความสูงและแรงของคลื่น คลื่นมาที เสียงกรี๊ดลั่นหาดไปหมด
เราพยายามลงไปเล่นน้ำ โดนคลื่นซัดขึ้นมาและดูดลงไป พยายามอยู่ 2 ทีหมดแรงเลยค่ะ  
แค่ยืนเล่นแถวริมหาด ยังโดนซัดเข้าซัดออก ทราย ก้อนหิน เศษไม้ บาดขาเต็มไปหมด

เราอยู่ที่หาด  Dreamland กันประมาณ 1 ชั่วโมง ก็ถามพี่การ์ดแถวนั้น ว่าพวกเราจะไปหาด Bingin ได้ยังไง
พี่การ์ดชี้ไปทางหน้าผา เราถามเขาอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ ใช่หรอ ขึ้นหน้าผาไปอ่ะนะ ดูแล้วไม่มีทางให้เดินเลย
เขา เยสๆ เราก็ไปก็ไป เดินขึ้นหน้าผา ลัดเลาะริมหน้าผา เข้าป่าเข้าดง ไปโผล่บ้านใครไม่รู้ จนเจอถนน
จริงๆ มันมีถนนดีๆ มานะคะ แต่มันต้องเดินอ้อมออกไปเป็นชั่วโมงเลย

เราเดินถามทางกับคนท้องที่มาเรื่อยๆ เพราะ Google Map ไม่มีเส้นทางนี้
มีป้ายบอกทางปะปราย จนสังเกตุเห็นคนหิ้วกระดานเซิร์ฟบอร์ดออกจากถนนเล็กๆ ก็ถามฝรั่งที่สวนออกมา เขาพยักหน้าเซย์เยส
ทางเข้าจะเป็นเหมือนเข้าบ้านใครซักคน เป็นซอยเล็กๆ เล็กแบบเราต้องเดินเอียงตัว  
เดินตามทางไปเรื่อยๆ จนเจอบันได จะเริ่มเห็นหาด ก็ลงบันไดไปเรื่อยๆ จะถึงหาดค่ะ

ที่หาด Bingin จะเป็นหาดเล็กๆ มีที่พักติดหาดเลย ที่พักน่ารักๆ บางที่เต็มข้ามปีข้ามชาติเลยทีเดียว กดเข้าไปไม่เคยว่าง
เราไปตอนบ่ายน้ำลงแล้ว หน้าหาดจะมีเวิ้งให้ลงไปเล่นแช่น้ำได้ โดยไม่มีคลื่น เราสามารถเดินออกไปจนที่เขาเล่น Surf ได้เลย
ที่หาดจะมีสุนัขหลายตัวคอยรับแขกบ้าง ลงแช่น้ำบ้าง มีคาแฟ่ราคาไม่แพงให้สั่งอาหารลงมานั่งกินที่หาดได้
แล้วก็ข้าวโพดปิ้งสไตล์บาหลี หวาน ๆ เค็มๆ กรุบกริบ

ดรีมแลนด์แดนคลื่นยักษ์ ทะเลฝั่งนี้น้ำจะสีฟ้าใส กว่าทางฝั่ง Kuta Seminyak

คลื่นซัดแรง ดูดแรง ทรายบาดและมีเศษไม้ อยู่แค่ตรงนี้ได้แผลมาหลายแผลเลย

ข้ามไป Bingin ดีกว่า นี่คือทางเดินที่เล็กกว่าตัวเรา

ลงบันไดไปเรื่อยๆ ขาขึ้นนี่แทบร้อง

ถึงแล้วหาด Bingin ถ้าน้ำขึ้นจะไม่เห็นหาดนะคะ ตอนน้ำลงสามารถเดินไปถึงหาด Dreamland ได้เลย

แช่น้ำในมหาสมุทรเย็น ๆ

ที่นี่คนมาเล่น Surf เยอะ เพราะเดินไปตรงคลื่นได้เลย ไม่ต้องฝ่าคลื่นออกไปแบบ Dreamland

ลอยคอรอคลื่น

เดินไปดูโปรเขาเล่นใกล้

พระอาทิตย์ตกที่ Bingin

หาด Dreamland กับ  Bingin นั่งรถจากสนามบิน Denpasar มาแค่ 45 นาที
หากใครเช่ารถมาเองจะสะดวกกว่ามากๆ หรือจะมาค้างนอนฟังเสียงคลื่นสักคืนที่ Bingin  Beach ก็ดีเหมือนกัน
น้ำขึ้นถึงหน้าโรงแรมเลยทีเดียว ถ้าจะมาเช็คช่วงเวลาดีๆ ถ้าน้ำขึ้นหาดจะหายไปหมดเลย
ที่นี่ถ้าออกตอนค่ำจะเดินยาก ทางมืด เราเดินขึ้นบันไดหลงเข้าไปหลายบ้านเลยค่ะ 55

อีกอย่างถ้านัดรถมารับกลับหรือเช่ามอไซด์แล้วขี่มอไซด์มาจอดตรงทางเข้าหาด จะดีเลย
ถ้าเรียก Grab ตอนแรกขึ้นราคาในแอพ 100,000 IDR พอคนขับกดรับ ราคาจะเด้งไป 350,000 IDR
แล้วเขาจะนัดเราให้เดินออกไปไกลๆ เราเดินไปเจอบ้านเห็นมีคนนั่งอยู่ เลยเข้าไปถามเขาว่าเราจะหา Taxi ได้ที่ไหน
เขาบอกแถวนี้ Grab ห้ามเข้า ต้องใช้บริการ Taxi ของคนแถวนี้ เขาบอกถ้าจะหา เดี๊ยวเขาลองเรียกให้  
เขาถามราคาที่ Grab ให้ แล้วเขาก็โทรไปถามให้หลายคนเลย ต่อราคาให้อีก ใจดีมาก
Taxi ที่เรียกมาเขาจะคิดราคาแพงพอๆ กับ Grab คือ 320,000 IDR  อันนี้คือคนท้องถิ่นที่ช่วยโทรหาต่อราคาให้แล้ว
แพงก็ต้องไป เพราะแถวนั้นจะมืดๆ ไม่ค่อยมีบ้านคนเท่าไหร่นัก

หลังจากเรียกรถ Taxi ของคนท้องถิ่นได้ เราก็กลับหาข้าวกินแถวหาด Seminyak ที่บาหลีรถติดเหมือนบ้านเราเลย
แถว Villa ที่เราพัก ข้างหน้าไม่ค่อยมีของขายเท่าไหร่ ต้องเดินออกไปซัก 10 นาที จะเจอผับ บาร์ คาเฟ่ ร้านเสื้อผ้าน่ารัก ๆ เต็มไปหมด

เช้าวันต่อมา เรารีบตื่นแต่เช้าเก็บของ บอกลากับเพื่อนบางส่วน
แล้วไปฝากของไว้ที่โรงแรมแถว Kuta ใกล้สนามบิน เพราะเราต้องขึ้นเครื่องกลับพรุ่งนี้ตอนบ่าย
ฝากกระเป๋าแล้วก็เรียก Grab ไปท่าเรือ Snur เพื่อข้ามไปเที่ยวเกาะ Nusa Penida

การไปเที่ยวเกาะ  Nusa Penida เราสามารถไปกับทัวร์ท้องถิ่นหรือจะไปเองก็ได้
ตามที่เราหาข้อมูลมา หากไปกับทัวร์ท้องถิ่น บางบริษัทเขาจะมารับ – ส่ง จากที่พักในบาหลี
หรือบางเจ้าก็จะให้เรานั่งไปเจอกันที่ท่าเรือ Snur แต่เช้าตรู่
ราคาทัวร์ก็จะรวมค่าเรือ ค่ารถบนเกาะ Nusa Penida อาหารกลางวัน
บางบริษัทเขาจะมีตากล้องถ่ายรูปให้ด้วย ราคาก็จะมีตั้งแต่ 1500 – 3000 ต่อคน
รถที่พาทัวร์ก็จะเป็นรถแบบ innova นั่งได้ 4 – 6 คน  แนะนำนั่งแบบสบาย 3 – 4 คนต่อคน
เพราะถนนบนเกาะคือแย่มากกกกกกกกกกก ตับไตใส้พุงไกลมากองรวมกัน
แต่ช่วงที่ไปเราเดือนกรกฎาคม 2561 เขาเริ่มมีการทำถนนใหม่แล้ว ไม่รู้ตอนนี้ทำหมดหรือยัง

เกาะ Nusa Penida เนี่ยมันใหญ่มาก โดย 1 วันจะไปเที่ยวได้เพียงแถบเดียว  
หากใครมีเวลาเหลือแนะนำให้ค้างสักคืนนึงได้เที่ยวให้ทั่วเกาะ
นอกจากไปตามสถานที่ต่างๆ  Nusa Penida เขาก็มีจุดดำน้ำที่สามารถมองเห็น ปลากระเบน  manta ray ได้เลย
พอดีช่วงที่เราไปคลื่นแรง เขาเลยไม่แนะนำให้ดำน้ำ ทำให้เราเปลี่ยนใจไม่ไปบริษัททัวร์
และเกือบยกเลิกการไปเกาะ Nusa Penida แต่เราก็ดั้นด้นไปเองในที่สุด

สำหรับคนที่ไปเองแบบเรา สามารถดูแพลนตามบริษัททัวร์เขาได้เลยว่า One Day Trip เขามีไปไหนบ้าง
เราก็ตามแพลนเขาเลย ข้ามเรือไปถึงก็ไปเช่ามอเตอร์ไซด์เปิด Map ขี่ไปได้เลย
แนะนำสำหรับคนขี่รถมอเตอร์ไซด์แข็งๆ หน่อย เพราะทางบนเกาะพังมาก บางช่วงเป็นเนินลงแต่ทางเป็นหลุมเป็นบ่อไปหมด
นึกว่ามากออกทริปมอเตอร์ไซด์วิบากเลยทีเดียว

หลังจากเราฝากของที่โรงแรมก็เรียก Grab ไปท่าเรือ
วันนั้นรถติดมาก ใช้เวลาชั่วโมงกว่าจาก Kuta ไปถึงท่าเรือ Snur เกือบ 9 โมง
Grab พาเราไปซื้อตั๋วอีกที่ เราต้องรีบบอก โน โน ต้องไปซอยที่ปากซอยมี Dunkin Donut
เราซื้อตั๋วกับอีกเจ้าไว้แล้ว Grab ปิดประตูโครมขับออกมาแบบหงุดหงิด
เราไปซื้อตั๋วที่บริษัทเดิม ตอนแรกเขาคิดอีกราคา เราบอกเมื่อวานตกลงกันไว้ไม่ใช่ราคานี้หนิ่ ยูวบอกจะลดให้น้า
เขาเลยตกลง ถ้าเราจำไม่ผิดเขาให้ราคาไป – กลับ 360,000 IDR ต่อคน
เราได้เรือรอบ 10 โมง มีเวลาเหลือเลยไปกินข้าวปลาทอดอีกครั้ง อร่อยเหมือนเดิม  

กินเสร็จก็เดินไปถามที่ห้องขายตั๋วว่าต้องไปตรงไหนต่อ เขาบอกให้เดินไปในซอยติดทะเล
เดินไปเรื่อย ๆ จะเจอบริษัทตามชื่อตั๋ว ก็เดินโชว์ตั๋วไปเรื่อย ๆ จนเจอ
นั่งรอเรือมองดูคลื่นลมในทะเลแล้วก็กลัวว่ามันจะโอเคมั้ยน้า  

เรือที่พาเราไป จะไปเป็นเรือ 2 ชั้น ขึ้นก่อนได้ที่นั่งก่อน  
ตอนขึ้นเรือต้องลุยน้ำ เอาของใส่ถุงกันน้ำไปด้วย เพราะบางจังหวะคลื่นซัดถึงเอว
ตอนขากลับเจอเรืออีกลำสตาร์ทเครื่อง น้ำเข้ามาในเรือเราเปียกกันทั้งลำ ฝรั่งมือถือพังไปเลยจ้า

รอบนี้เราเลือกไปเที่ยวฝั่ง West ซึ่งมีเที่ยวแลนด์มาร์คชื่อดัง  อย่าง
– Kelingking beach
– Angel Billabong
– Broken Beach

นั่งเรือโต้คลื่นประมาณ 1 ชั่วโมง ถ้านั่งถูกฝั่ง จะถึงจะเห็นภูเขาไฟอากุง ใกล้ๆ ใหญ่โตมาก
มาถึงเกาะตอนประมาณเกือบเที่ยงแล้ว ลงจากเรือจะเจอร้านมอเตอร์ไซด์ให้เช่าเลย  
ตกลงราคาเรียบร้อย ถ้าจำไม่ผิดวันละ  250 บาท เราเช่าครึ่งวันก็ 250 บาท

ที่แรกเราจะขี่ไป  Kelingking beach ขี่จากท่าเรือประมาณ  1 ชั่วโมงได้ จริง ๆ มันไม่ไกลนะคะ
แต่ถนนช่วงใกล้ถึง Kelingking beach คือแย่มาก ๆ แบบกระเด็นกระดอนตลอดเวลา ต้องค่อยๆ ไป
ไปถึงจะมีคนมาเก็บค่าเข้าหรือค่าจอด อะไรไม่รู้ 5000 IDR ค่ะ  จอดรถแล้วเดินตามคนฝูงคนไปเลย คนเยอะมากกกก

เราเดินไปแค่ตรงทางลง แค่เดินไปตรงนั้น คนกลัวความสูงอย่างเราก็แทบจะเป็นลมแล้ว ฮือออ
ทางมันจะชันๆ หน่อย ที่จับคือไม้ที่เข้าสร้างกันไว้ ดูไม่แข็งแรงเท่าไหร่ ข้างๆ ก็คือหน้าผาไปเลยจ้าาา กลัวแล้ววว

ยืนขาสั่นถ่ายรูปไปแปปนึง ก็ออกมานั่งรับลมข้างนอก อยู่ที่นี่กันประมาณ 1 ชั่วโมง

แล้วไปต่อที่ Broken Beach กับ Angel Billabong ซึ่งอยู่ใกล้กันๆ
ขี่รถประมาณ 1 ชม. และทางคือพังอีกแล้ว ยิ่งใกล้ๆ ยิ่งพังมากกก ตับไตใส้พุงเราก็พังมาก
ลงเดินซะยังจะเร็วและสบายกว่าขี่รถ มาถึงก็จะมีคนเก็บค่าผ่านทางอีก 5000 IDR

จอดรถแล้วเดินไป Angel Billabong ก่อน
วันที่เราไปคลื่นแรงตีเข้ามาตลอดเวลา จะมีคนคอยเป่านกหวีดไม่ให้คนเข้าไปยืนใกล้ๆ  
โอกาสที่จะลงไปยืนถ่ายรูปเก๋ๆ ข้างล่าง แบบที่เคยเห็นในไอจี คือหมดสิทธิ์ค่า  

ยืนดูคลื่นจนหนำใจก็เดินไปต่อซัก 5 นาทีจะเจอกับ Broken Beach
ตรง Broken Beach มันจะมีบอกมุมที่ถ่ายรูปแล้วสวย ๆ  คนต่อคิวรอถ่ายยาวเลย
แต่ด้วยความเป็นหน้าผาสูงๆ คนกลัวความสูงแบบเราเลยได้แต่ถ่ายจากไกลๆ กลัวหน้ามืด วูปตกลงไปก่อนได้รูป
เดินวนรอบ Broken Beach แล้วก็เดินเลยไปดูคลื่นข้างหลัง คลื่นแรงจริงๆ  

อยู่กันตรงนี้ประมาณ 1 ชั่วโมง ก็ขี่มอไซด์กลับไปที่ท่าเรือให้ทันขึ้นเรือรอบ  4 โมงครึ่ง
เขาจะบอกให้เรามาถึงท่าเรือก่อน 30 นาที ไม่แปลกใจว่าทำไมเขาย้ำนักหนาให้มาก่อน 30 นาทีนะ เพราะมีคนแบบเรา 55 คือไปรอผิดที่

ตอนแรกเราไปรอที่ท่าเรือเดิมที่เรามาลง คืนรถแล้วก็นั่งรอ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น มองเห็นตั๋วคนอื่นไม่เหมือนของเรา
เราเลยเดินไปถามพนักงาน เขาบอกไม่ใช่ตรงนี้ ชี้ไปอีกทาง เราเลยถือตั๋วเดินไปถามลุงเช่ามอเตอร์ไซด์
ปรากฏว่าผิดท่าเรือจริง ๆ ของบริษัทเราต้องไปอีกที่ ขาลงเรือของเราน่าจะมาขอเขาลงท่านี้
เราวิ่งหน้าตั้งไปเลย เพราะใกล้เวลาเรืออกแล้ว ดีนะไม่ไกลกันเท่าไหร่
ถ้าตกเรือล่ะแย่เลย อย่างไรคนที่จะไปเอง ต้องสอบถามกับเขาดีๆ นะคะ ได้ไม่นั่งรอเก้อแบบเรา

นั่งเรือประมาณ 1 ชั่วโมงก็มาถึงฝั่งบาหลี เรียก Grab ไปแถว Kuta  แยกย้ายกับเพื่อนแล้วเดินตะเวนเที่ยว Kuta
แถว Kuta ให้ความรู้สึกเหมือนแถวภูเก็ตบ้านเรา คืนสุดท้ายของเรา เลยเดินเที่ยวซะถึง ตี 2 เลย

เช้าวันสุดท้ายตื่นมากินอาหารเช้าแล้วก็ไปเดินเล่นที่หาด Kuta มีนักท่องเที่ยวมาเรียน Surf กันเต็มหาด
เดินเสร็จก็ขึ้นมาเก็บของ เรียก Grab ไปสนามบิน ที่บาหลีรถติดกว่าที่คิด ขนาดเผื่อเวลายังไปถึงสนามบินแบบเฉียดฉิว

คลื่นลมแรงๆ ระหว่างรอเรือ มองแล้วก็ใจหวั่นๆ

เรือที่จะพาเราไปเกาะ Nusa Penida

มาถึงแล้ว Nusa Penida น้ำใสมาก

Kelingking beach และมุม T-rex ในตำนาน

ข้างหน้าก็ผา ข้าง ๆ ก็ผา

คลื่นแรงๆที่ซัดเข้า Angel Billabong  

Angel Billabong เวลาน้ำนิ่งก็สวยงามแบบที่เคยเห็นในรูป

Broken Beach ธรรมชาติสร้างสรรค์

นั่งตากลมชมคลื่นกระทบหน้าผา

สภาพตอนขึ้นลงเรือ เปียกไปยันเอว

โต้คลื่นยามเช้ากันที่หาด Kuta

หากใครมีวันว่าง 3-4 วัน หาทริปเที่ยวที่ราคาไม่แพงมาก บาหลีเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจค่ะ
มีทั้งธรรมชาติยิ่งใหญ่ โบราณสถานวัด วา วัฒนธรรม ผับ บาร์ คาเฟ่เก๋ๆ มีความเก่าใหม่ผสมกัน
ยิ่งถ้าชักชวนเพื่อนมากันเยอะๆ เช่าบ้านทั้งหลัง หารกันจะถูกมากๆ ค่ารถค่ากิน หารกันหลายคนก็ถูกไปอีก
อาหารอร่อย ปลอดภัย มีโดนโกงบ้าง แต่คิดซะว่าเป็นรสชาติของการท่องเที่ยว

สำหรับเรา 10 วันในอินโดนีเซีย ยังไม่หนำใจเลยค่ะ ยังมีอีกหลายที่ หลายเกาะที่ยังไม่ได้ไป ขอเก็บเงินแล้วจะกลับไปอีกเร็วๆนี้

ไม่มีหมวดหมู่

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: