แบกกล้องไปส่องสัตว์ที่ทุ่งกระมัง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว

สวัสดีค่ะ

Blog นี้จะพาไปส่องสัตว์กันที่ทุ่งกระมัง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว จ.  ชัยภูมิ กันค่ะ 
ทริปนี้เราดองไว้ตั้งแต่ปีที่ก่อนนู้น ไปมาตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกรกฏาคม 2562

*** อันนี้เป็นรายละเอียดช่วงที่เราไป ตอนนี้อาจะมีการเปลี่ยนแปลงยังไงลองตรวจสอบกับทางหน้าเพจของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวอีกทีนะคะ***

เราไปเป็นทริปแบบ 2 วัน 1 คืน นอนค้างกันที่บ้านพักในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว 1 คืน 
ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว เราสามารถเข้าไปเที่ยวแบบ 1 เดย์ทริป ไปเช้าเย็น-กลับก็ได้ หรือจะค้างคืน 1 คืนก็ได้ 

สำหรับคนที่ไปเช้าเย็นกลับ สามารถไปติดต่อที่ทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ชำระค่าธรรมเนียมผ่านเข้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวในวันนั้นได้เลย
ค่าธรรมเนียมจะมีบอกไว้ที่หน้าทำการเขตค่ะ 

แต่หากใครต้องการค้างคืนต้องทำเรื่องยื่นหนังสือขออนุญาตเข้าพื้นที่ล่วงหน้า 15-30 วันก่อนค่ะ 
โดยรายละเอียดการทำหนังสือขออนุญาตเข้าพื้นที่และเอกสารจะมีให้ดาวน์โหลดที่เฟสบุ๊คของทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวนเลย
รายละเอียดเพจ ตามลิงค์เลยค่ะ 

https://www.facebook.com/pages/category/Wildlife-Sanctuary/%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A7%E0%B9%8C%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7-Phu-Khieo-Wildlife-Sanctuary-203670249777660/

โดยเราจะต้องติดต่อไปที่สำนักงานเขตกันก่อน เพื่อตรวจสอบบ้านพัก  ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0970027290 
ถ้าทางสำนักงานเขตตรวจสอบแล้ว ตกลงให้เราเข้าพักได้   จึงจะกรอกเอกสารขออนุญาตที่เราดาวน์โหลดมจากเฟสบุ๊คได้เลย

โดยจะต้องมีสำเนาบัตรประชาชนของผู้ร่วมทริปทุกท่าน เบอร์ติตต่อคนในกลุ่มอย่างน้อย 2 คน  สำเนาทะเบียนรถ 
สามารถยื่นได้หลายช่องทาง ทั้งทางไปยื่นด้วยตัวเองหรือส่งเอกสารทางไปรษณีย์ที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตามที่อยู่ที่ระบุในเฟสบุ๊ค
หรือส่งผ่านอีเมลที่ทางเขตระบุไว้  หลังจากนั้นก็รอเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับค่ะ 

เราเลือกส่งเอกสารทางอีเมล ส่งเสร็จผ่านไป 5 วันก็ยังไม่ได้รับการติดต่อกลับ เราเลยโทรไปยืนยันว่าทางเจ้าหน้าที่ได้รับอีเมลแล้วหรือยัง
พี่เจ้าหน้าที่ที่รับโทรศัพท์ไล่ดูอีเมลให้ตอนนั้นเลย และพี่เขาจะตอบเมลอนุมัติให้เข้าพัก เราปริ๊นท์เอกสารไปยื่นให้เจ้าหน้าที่ในวันที่ไปถึงเขต 

ถ้าใครส่งเมลไปหลายวันแล้วยังไม่ได้รับการตอบกลับ แนะนำว่าโทรไปสอบถามเจ้าหน้าที่ได้เลยค่ะ 
เราอ่านมาว่าบางคนเป็นเดือนแล้วก็ยังไม่ได้รับการตอบกลับ 

สำหรับค่าใช้จ่าย ค่าธรรมเนียมที่สำนักงานเขตระบุไว้  ดังนี้
– ต่างชาติ ผู้ใหญ่: 200  บาท
– ต่างชาติ เด็ก: 200  บาท
– ไทย ผู้ใหญ่: 20  บาท
–  ไทย เด็ก: 10 บาท
– รถยนต์คันละ 30 บาท 
– จักรยานคันละ 10 บาท
– จักรยานยนต์คันละ 20 บาท 
– รถหกล้อ 100  บาท

สำหรับค่าใช้จ่ายที่พักสำหรับการค้างคืน ทางเขตไม่ได้ระบุมาว่าเท่าไหร่ 
แต่จะเป็นการในแบบค่าบำรุง แล้วแต่เราประสงค์จะชำระเท่าไหร่ก็ได้ค่ะ 
หรือหากใครประสงค์กางเต็นท์ก็ติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่กันได้เลยค่ะ 

สำหรับการเตรียมตัวไปที่นี่ไม่มีอะไรเลยค่ะ 
เตรียมอาหารไปทำการหรือกินอาหารที่ร้านอาหารของทางสำนักงานเขต หรือที่เรียกกันว่า ครัวกลาง ได้เลยค่ะ 
หรือเราจะเช่าอุปกรณ์ทำอาหาร เช่น เตา หม้อ ไห จากที่ครัวกลางก็ได้ค่ะ 

ได้รับการอนุญาติให้เข้าพักแล้ว ก็ออกเดินทางไปส่องสัตว์กันเลย

วันที่  1

พวกเราออกเดินจากทางกรุงเทพตั้งแต่เช้า แวะนู่นนี่นั่นไปตลอดทาง ถึงเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวก็เกือบ 5 โมงเย็นแล้ว
ไปถึงเขตก็ต้องชำระค่าธรรมเนียมทางเข้า  ขับรถต่อไปสักพัก จะถึงสำนักงานเขตด้านใน
เราก็ยื่นเอกสารที่ได้รับอนุญาต ขอกุญแจบ้านพักและพี่เจ้าหน้าที่จะพาเราไปที่บ้านพักค่ะ

หากใครสนใจจะไปส่องสัตว์กลางคืน สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ตรงสำนักงานได้เลยค่ะ
เป็นรถเปิดประทุนไม้หน้าตาน่ารัก เหมาคันละ 500 บาท ใช้เวลาประมาณ 45 นาที
เจ้าหน้าที่จะนัดเวลาให้เรามาเจอที่สำนักงานเขตอีกครั้ง  

พอถึงที่พักเก็บของ เตรียมทำอาหารเย็น
เนื่องจากเรามาถึงก็เกือบค่ำแล้ว  เลยมีเวลาเดินเล่นดูพระอาทิตย์กันนิดหน่อย

ถึงที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวช่วงเย็นแล้ว จากที่เขตสามารถมองเห็นภูกระดึงด้วย
มาถึงก็เจอเจ้าลิงน้อยมาต้อนรับเลย วิ่งไวปากวอก กดรูปแทบไม่ทัน
เก็บของเสร็จออกมาเดินเล่น พระอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้าพอดี

พระจันทร์กำลังขึ้นในป่าใหญ่
เนื้อทรายและแสงสุดท้ายของวัน

ก่อนจะเดินไปที่สำนักงานตอนช่วง 2 ทุ่มตามเวลานัด เพื่อไปชมสัตว์ช่วงกลางคืนค่ะ
พี่เจ้าหน้าที่ก็จะพาเราขับรถไปตามทาง คอยส่องไฟ พร้อมทั้งบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์นั้นๆ
เราเจอหมาป่า เนื้อทราย นกต่างๆ ดูเพลิน 45 นาทีผ่านไปอย่างรวดเร็ว รถก็วนกลับมาที่อาคาร
เดินกลับบ้านพัก นั่งชมจันทร์  ดูดาว ฟังเสียงสัตว์เขาคุยกัน ก็เข้านอนค่ะ

Night Safari พี่เจ้าหน้าที่จะส่องไฟฉายให้เราดูทางนี้ทางนั้นตลอดเวลา พี่เขาน่ารักและเป็นกันเองมากๆ
ช่วงที่ไปเจอเนื้อทราย หมาป่า แล้วก็นกตามต้นไม้
ที่พักของเราค่ำคืนนี้ Cabin in the wood  อากาศเย็น สบายกำลังดี

วันที่ 2

เช้านี้เราเริ่มต้นวันแต่เช้าตรู่ เดินทางทานอาการเช้าที่ร้านอาหารของเขตรักษา
แล้วก็แบกกล้องออกไปส่องสัตว์กันยาวๆเลยค่า

ช่วงที่เราไปเป็นช่วงหน้าฝน หญ้าเขียวชอุ่ม  ที่เราเจอมีแต่เนื้อทราย น้องเยอะละลานตามากๆ
เดินส่องนก ส่องต้นไม้ ส่องผีเสื้อไปจนเที่ยง ก็เก็บของกลับกรุงเทพกัน

ร้านค้าสวัสดิการ ขายอาหาร และให้เช่า – ยืมอุปกรณ์ทำอาหาร
กระเพราะไข่ดาวพูนๆ จานละ 30 บาท แถมข้าวต้มมัดฟรีให้พวกเราอีก ขอบคุณมากๆ ค่ะ
ตากล้องเพลินเลย
ส่องน้องๆ จากระยะไกลๆ

ที่มาของชื่อกระทู้ แบกกล้องค่อยๆ ย่องไปส่องสัตว์ เพื่อไม่เป็นการรบกวนฝูงเนื้อทราย

จบทริปเร่งรัด 2 วัน 1 คืน ถ่ายรูปอย่างจุใจกับซาฟารีเมืองไทย
จริงๆ ที่นี่มีสัตว์หลายชนิดเยอะมาก แต่เรามีเวลาน้อยเลยได้เห็นไม่กี่ชนิด แค่วนถ่ายรูปเนื้อทรายก็หมดวันแล้ว
เสียดายช่วงที่เราไป ไม่ได้เจอช้างป่าลงมากินน้ำที่ริมบึง  แต่เท่าที่เจอก็ฟินสุดๆ

เราไปมาเมื่อ2 ปีที่แล้ว ตอนนี้กฏระเบียบอาจมีการเปลี่ยนแปลง
ยังไงลองตรวจสอบกับทางหน้าเพจของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวอีกครั้งนะคะ
ที่สำคัญอย่าลืมช่วยรักษาความสะอาด โดยเฉพาะถุงพลาสติกเพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์มากินเศษขยะ

ขอบคุณที่ติดตาม ไว้พบกัน Blog หน้าค่า

ไม่มีหมวดหมู่

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: